ไฟเสมอด้วยความโกรธไม่มี

เรื่องเล็กกลายเป็นเรื่องใหญ่ก็เพราะโกรธ

เวรย่อมระงับด้วยการไม่จองเวร

ละความโกรธด้วยความรักและเมตตา

หมั่นเจริญเมตตาภาวนา

 

 

ฝ่ายผู้ขาย (เฉพาะกรณีผู้ขายมีฉโนดจริงอยู่กับตัว)

– ตั้งราคาขาย โดยประเมินดูจากราคาบ้านที่เคยขายในหมู่บ้านนั้น และดูจากบ้านสร้างใหม่ในย่านนั้น

– เตรียมติดป้าย โฆษณา ชัดเจน พร้อมทั้งโฆษณาผ่านช่องทางที่ตนถนัด เช่น เว็บไซต์

– เตรียมสำเนาฉโนด โดยให้เจ้าหน้าที่ที่กรมที่ดิน เซ็นต์หรือประทับตรารับรอง สำรองไว้สัก 6 ชุด (หรือน้อยกว่านั้น เพื่อเตรียมให้ผู้ซื้อ 1 ราย ต่อ 2 ชุด)

– ทำสัญญาจะซื้อจะขาย เพื่อให้ผู้ซื้อและผู้ขาย ตกลงราคา และค่าใช้จ่ายที่ใครจะจ่าย พร้อมการโอนน้ำและไฟเขียนครอบคลุมในสัญญา พร้อมลายเซ็นต์พยาน (ทำไว้ 2 ชุด ผู้ซื้อ 1 ชุด ผู้ขาย 1 ชุด) กำหนดระยะเวลาในการให้ยื่นกู้กับผู้ซื้อ

ผู้ซื้อ (เฉพาะกรณีต้องยื่นกู้แบงค์)

– ขอดูบ้าน ประเมินว่าต้องซ่อมหรือไม่ อะไรบ้างประเมินแล้วหักจากราคาผู้ขายตั้ง พร้อมทั้งประเมินราคากับบ้านใหม่รอบนั้นด้วยว่าคุ้มหรือไม่ กับค่าซ่อมและราคาที่ตกลงกัน

– หากตกลง นัดผู้ขายมาเซ็นต์สัญญาจะซื้อจะขาย พร้อมทั้งระบุการจ่ายส่วนต่าง ๆ ให้ชัดเจน (ค่าโอน ค่าภาษี ค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ) ซึ่งโดยปกติ ค่าภาษีและค่าภาษีธุรกิจเฉพาะหน้าที่ผู้ขาย ค่าโอนตกลงกันเอง ส่วนใหญ่ค่าไฟและน้ำผู้ขายจะโอนสิทธิ์ให้ด้วย

– ผู้ซื้อนำสัญญาจะซื้อจะขายและสำเนาฉโนดที่เซ็นต์จากเจ้าหน้าที่กรมที่ดิน และเอกสารประกอบอื่น ๆ เช่น สำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้านทุกหน้า สลิปเงินเดือนตัวจริงย้อนหลัง 3 เดือน สำเนาบัญชีเงินฝากอื่น ๆ ที่แบงก์ต้องการย้อนหลัง 6 เดือน ฯลฯ

– ผู้ซื้อไปธนาคารเพื่อยื่นเอกสาร พร้อมสอบถามแบงก์ในสิ่งที่อยากทราบ

– แบงค์จะนัดวันส่งเจ้าหน้าที่มาประเมินบ้าน ต้องเสียค่าประเมินด้วย

– แบงค์จะนัดวันทำสัญญา หากเรื่องผ่านการอนุมัติแล้ว พร้อมนัดวันโอนกับแบงค์และผู้ขายให้ทราบ จ่ายค่าทำสัญญา

ที่กรมที่ดิน

– นัดทุกฝ่ายไปที่กรมที่ดิน ผู้ขายเตรียมฉโนดตัวจริง พร้อมสำเนาฉโนด และสำเนาทะเบียนบ้าน และบัตร

– ผู้ซื้อพบเจ้าหน้าที่แบงค์ เจ้าหน้าที่แบงค์จะให้เซ็นต์ชื่อในสัญญากู้ที่กรมที่ดินอีกครั้ง หลายหน้า

– เจ้าหน้าที่จะเตรียมบัตรคิวให้กับผู้ซื้อและผู้ขายพบเจ้าหน้าที่กรมที่ดิน เพื่อสอบถามราคา และดูยอดประเมินที่กรมที่ดินอีกครั้ง เพื่อจ่ายเป็นค่าโอน 2%

– ผู้ซื้อต้องจ่ายค่าจดจำนองวันนี้ ที่กรมที่ดิน และผู้ขายก็จ่ายตามที่ตกลงในสัญญา

– ผู้ซื้อต้องเก็บสัญญาซื้อขายที่กรมที่ดินออกให้ไว้ เพื่อเป็นหลักฐาน

– เจ้าหน้าที่จะทำการแก้ไขจดจำนองแบงค์และชื่อผู้ซื้อจะอยู่ในนั้นหลังฉโนด จากนั้นนำฉโนดไปให้เจ้าหน้าที่แบงค์ และถ่ายสำเนาฉโนดผู้ซื้อและผู้ขายเก็บไว้

– จ่ายค่านิติกรรมให้แบงก์ แล้วก็นำสัญญาเงินกู้กับสำเนาฉโนด และสัญญาซื้อขายตัวจริงเก็บไว้

– สรุปผู้ซื้อจะได้สัญญาเงินกู้ และสำเนาฉโนดที่สลักหลังเป็นชื่อผู้ซื้อโดยมีผู้รับจำนองไว้คือแบงก์

ขั้นต่อไป

– ทำการโอนสิทธิ์น้ำประปาและไฟ โดยเอกสารสำเนาสัญญาซื้อขายที่ได้จากกรมที่ดิน เตรียมไว้สำหรับโอนน้ำและไฟที่ละ 1 ชุด

– สำเนาทะเบียนบ้านของผู้ซื้อ 2 ชุด ผู้ขาย 2 ชุด สำหรับโอนน้ำ

– สำเนาบัตรประชาชนผู้ซื้อ 2 ชุด ผู้ขาย 2 ชุด สำหรับโอนไฟฟ้า

– ใบเสร็จค่าน้ำไฟเดือนล่าสุด และใบประกันน้ำและไฟ

– กรณีผู้ขายไม่ไปด้วยต้องมีหนังสือมอบอำนาจจากผู้ขายเขียนและเซ็นต์ชื่อไว้ เตรียมล่วงหน้าเลยก่อนไปกรมที่ดิน

จากนั้นโอนน้ำไฟเสร็จก็ค่อยไปทำทะเบียนใหม่ที่สำนักงานเขต โดยนำสำเนาสัญญาซื้อขายที่ได้จากกรมที่ดิน พร้อมตัวจริง สำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน เพื่อยื่นเรื่องขอทะเบียนบ้านใหม่ และย้ายปลายทางได้เลย เสียค่าทำประมาณ 40 บาท

เป็นอันว่าเรียบร้อยสำหรับการซื้อบ้านมือสองสักหลัง

Posted by: mswilai | มิถุนายน 3, 2010

สุขสันต์วันเกิดของคนสำคัญ

คิดถึงเจ้าตัวเล็ก วันนี้จะได้พบกัน HAPPY BIRTH DAY , 3 JUNE

วันนี้ได้ทำบุญช่วยเหลือเด็กยากไร้ ให้มีอาหารกินไปอีก 1 ภาคเรียน

ขอผลบุญนี้จงดลบันดาลให้ข้าพเจ้า และครอบครัว ญาติพี่น้องทุกท่าน มีสุขภาพแข็งแรง มีความสุข ความเจริญ ตลอดกาลนานเทอญ

Posted by: mswilai | พฤษภาคม 11, 2010

อยากให้บ้านเมืองสงบ

อยากให้คนดี กล้าทำดี
อยากให้คนชั่ว เลิกทำชั่ว
อยากให้ทุกคนหยุด มีสติคิดว่าเรากำลังทำดีอยู่หรือไม่
หรือหากกำลังทำให้บ้านเมืองเดือดร้อน ก็ควรหยุดทำเพื่อตนเองได้แล้ว
จงมองประโยชน์ของคนส่วนใหญ่
อะไรถูก อะไรผิด เดี่ยวนี้แยกแยะกันไม่เป็นแล้ว นี่คือที่มาของเหตุให้เกิดความไม่สงบ เพราะทุกคนมั่วแต่คิดว่าฉันถูก
ลองมองย้อนดูตัวเราเอง หากเรายากจน เพราะเราไม่ลองหาอะไรทำหรือเปล่า หรือไม่ขวนขวาย ไม่มีจิตเป็นบุญกุศล
หรือหากยึดตามหลักธรรมแล้ว ก็คือ ชาติก่อน ๆ ไม่เคยบริจาคทรัพย์ไว้ก่อน หรือไม่เคยช่วยเหลือใครเลย ชาตินี้ก็ต้องเป็นไปตามผลของกรรม
อยากให้ทุกคนรู้ว่าชีวิตนี้น้อยนัก สักวันก็ต้องตาย
ทำไมไม่สร้างสรรค์แต่สิ่งดีไว้ให้บ้านเมือง
อย่าคิดเอาแต่ประโยชน์แห่งตนเป็นหลัก
ควรรู้จักบุญคุณแผ่นดินเกิด และจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์

 

บังคับรถก๊าซแอลพีจี    ติดสติกเกอร์
 นายชัยรัตน์ สงวนชื่อ รักษาการอธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยภายหลังออกกฎกระทรวงกำหนดเครื่องอุปกรณ์และส่วนควบของรถที่ใช้ก๊าซปิโตรเลียมเหลว (แอลพีจี) เป็นเชื้อเพลิง ซึ่งมีผลในวันที่ 21 ต.ค. นี้ว่า ขั้นตอนต่อไป กรมฯจะออกประกาศกรมการขนส่งทางบก โดยเบื้องต้นจะกำหนดให้เจ้าของรถยนต์ที่จะติดตั้งก๊าซแอลพีจี เป็นเชื้อเพลิง ต้องติดตั้งกับผู้ติดตั้ง ที่ได้รับความเห็นชอบจากกรมฯ และนำใบรับรองจาก ร้านค้า มาแจ้งที่กรมฯ ร่วมกับใบประกอบวิศวกรรม (กว.) จากปัจจุบันติดตั้งร้านค้าใดก็ได้ แต่ต้อง มีใบ กว.มาแสดงหลักฐานและต่อไปรถยนต์ที่ติด ตั้งก๊าซแอลพีจี ต้องมาตรวจสภาพรถยนต์ทุก 5 ปี และต้องติดป้าย หรือสติกเกอร์ เพื่อให้เห็นว่า รถยนต์คันนี้ใช้ก๊าซแอลพีจีเป็นเชื้อเพลิง เพื่อความปลอด ภัยทั้งผู้ใช้รถในท้องถนน และเจ้าของรถเอง
 “ก่อนหน้านี้กรมฯ ยังไม่มีกฎหมายดูแลรถยนต์ที่ติดตั้งก๊าซ แอลพีจีได้อย่างครอบคลุม ดูแลแต่รถยนต์ที่ติดตั้งก๊าซธรรมชาติอัด (เอ็นจีวี) เท่านั้น แต่ตอนนี้ เรามีอำนาจดูแลแล้ว เพราะฉะนั้นต่อไปกรมฯ จะดูแลรถยนต์ที่ใช้ก๊าซแอลพีจีอย่างเข้มงวดขึ้น เพื่อ ความปลอดภัย เช่น ให้ติดสติกเกอร์หลังรถ หรือมาตรวจสภาพรถยนต์ทุก 5 ปี ที่ให้เวลามากกว่ารถที่ใช้ก๊าซเอ็นจีวี ที่ต้องมาตรวจทุก ๆ 1 ปี”
อย่างไรก็ตามที่ผ่านมากรมฯ ได้แจ้งให้ผู้ติดตั้งเครื่องอุปกรณ์ และส่วนควบสำหรับรถใช้ก๊าซแอลพีจีต้องได้รับความเห็นชอบจากกรมฯ ก่อน เพื่อเพิ่มความปลอดภัยสำหรับผู้ที่ติดตั้ง ส่วน ร้านค้าที่ยังไม่ได้รับความเห็นชอบ ผู้ติดตั้งจากกรมฯ ให้ติดตั้งได้จนถึงวันที่ 18 เม.ย. 52 และตั้งแต่ วันที่ 19 เม.ย. 52 เป็นต้นไป ต้องได้รับความเห็นชอบจากกรมฯ เท่านั้น โดยให้ยื่นขอรับความเห็นชอบจากกรมฯได้ ตั้งแต่วันที่ 21 ต.ค. 51
 นอกจากผู้ที่ต้องการต่อใบอนุญาตทุก 5 ปี ให้ขอต่ออายุได้ล่วงหน้า 3 เดือน จากเดิมต้องรอถึงวันสิ้นอายุของใบอนุญาตขับรถยนต์ก่อน และผู้ขอรับใบอนุญาตไม่ต้องมีใบรับรองแพทย์มาแสดง แต่จะต้องผ่านการทดสอบสมรรถภาพร่างกายและเข้ารับการอบรม 1 ชั่วโมง โดยดำเนินการได้ ณ สำนักงานขนส่งทุกแห่งทั่วประเทศ เพียงใช้ใบอนุญาตฉบับเดิม พร้อมสำเนาบัตรประ จำตัวประชาชน และรูปถ่าย ขนาด 1 นิ้ว จำนวน 2 รูป หากต้องการขอรับใบอนุญาตขับรถรูปแบบใหม่ ซึ่งทำจากพลาสติก บันทึกข้อมูลและถ่ายภาพผู้ขอรับใบอนุญาตลงบนบัตร ไม่ต้องใช้รูปถ่าย เพียงเสียค่าบริการ ถ่ายรูปเพิ่มขึ้น 100 บาท จึงขอให้ผู้มีใบอนุญาตขับรถชนิด 5 ปี ที่ใกล้จะสิ้นอายุให้รีบมาดำเนินการต่ออายุใบอนุญาตล่วงหน้า โดยเฉพาะผู้ที่เกิดในช่วงปลาย ธ.ค. ถึงต้น ม.ค. ซึ่งเป็นวันหยุดต่อเนื่อง หากใบอนุญาตขับรถสิ้นอายุระหว่างนั้น อาจทำให้ประสบปัญหาในการใช้ใบอนุญาต.
ที่มา : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์  วันที่ 29 กันยายน 2551

หมวดหมู่